คำตอบสั้นที่สุด ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปและยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

ลูกจ้างสะสม 0.25% ของค่าจ้าง และนายจ้างสมทบให้อีก 0.25% ในอัตราเท่ากัน เงินส่วนนี้ไม่ใช่ประกันสังคม และไม่ใช่นายจ้างหักจากคุณรวม 0.50%—ครึ่งหนึ่งเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายเพิ่ม

เปิดระบบ EwFund ทางการ ↗
อย่าเพิ่งสรุปจากจำนวนพนักงานอย่างเดียวสถานะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและการขึ้นทะเบียนจริงของสถานประกอบการมีผล หากไม่แน่ใจ ให้ถาม HR ว่า “บริษัทและตัวฉันเป็นสมาชิก EwFund หรือไม่” และตรวจสลิปจริง

คำนวณว่าถูกหักเท่าไร

ลูกจ้างสะสม 0.25%50.00 บาท
นายจ้างสมทบ 0.25%50.00 บาท
เข้ากองทุนรวมต่อเดือน100.00 บาท

เป็นการคำนวณเบื้องต้นจากตัวเลขที่กรอก ฐานค่าจ้างและสถานะสมาชิกจริงให้ยึดข้อมูลจากนายจ้างและระบบทางการ

ค่าจ้างตัวอย่างลูกจ้างสะสมนายจ้างสมทบรวมเข้ากองทุน
10,000 บาท25 บาท25 บาท50 บาท
20,000 บาท50 บาท50 บาท100 บาท
30,000 บาท75 บาท75 บาท150 บาท
50,000 บาท125 บาท125 บาท250 บาท
ภาพอธิบายลูกจ้างและนายจ้างใส่เหรียญจำนวนเท่ากันลงในกระปุกเงินสะสมร่วมกัน
หลักสำคัญคือ “ฝ่ายละเท่ากัน” ช่วงแรกลูกจ้างสะสม 0.25% และนายจ้างสมทบเพิ่มอีก 0.25%

ดูตามสถานะของคุณ

บริษัทมีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป และไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

อยู่ในกลุ่มเป้าหมายตามประกาศของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ควรถาม HR เรื่องการขึ้นทะเบียนและดูรายการในสลิปเดือนตุลาคม

บริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

อย่าเดาเองว่าได้รับยกเว้นทุกคน เพราะรายละเอียดสมาชิกอาจแตกต่างกัน ให้ HR หรือกรมสวัสดิการฯ ยืนยันสถานะของคุณโดยตรง

บริษัทมีลูกจ้างน้อยกว่า 10 คน

ไม่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายหลักที่ประกาศไว้ แต่ควรสอบถามหากนายจ้างแจ้งว่าจะหักเงินหรือมีการสมัครเข้าระบบตามกรณีอื่น

ลูกจ้างควรทำอะไร 4 ขั้นตอน

  1. ถาม HR ว่าบริษัทขึ้นทะเบียน EwFund หรือไม่ระบุชื่อกองทุนให้ชัด เพราะคนละรายการกับประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  2. ตรวจสลิปค่าจ้างเดือนตุลาคมยอดเงินสะสมของลูกจ้างควรคำนวณด้วยอัตรา 0.25% ตามฐานค่าจ้างที่นายจ้างใช้
  3. ยืนยันว่าเงินสมทบนายจ้างเป็นอีกส่วนหนึ่งนายจ้างต้องสมทบ 0.25% เท่ากัน ไม่ใช่นำยอดรวม 0.50% มาหักจากค่าจ้างคุณทั้งหมด
  4. เก็บสลิปและหลักฐานการติดต่อหากยอดไม่ตรงหรือไม่ทราบสถานะ ติดต่อสายด่วน 1506 กด 3 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่

อัตราจะเปลี่ยนเมื่อไร?

ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2574 ลูกจ้างและนายจ้างส่งฝ่ายละ 0.25% ของค่าจ้าง จากนั้นตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2574 อัตราตามประกาศจะเพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.50% หากไม่มีประกาศใหม่เปลี่ยนแปลงก่อนถึงวันนั้น

ได้เงินคืนเมื่อไร?

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานระบุว่า เมื่อลูกจ้างสิ้นสุดการจ้างงาน จะได้รับเงินสะสมของตน เงินสมทบของนายจ้าง และดอกผลคืนเป็นเงินก้อนภายใน 25 วันตามเงื่อนไขกองทุน จึงควรเก็บข้อมูลสมาชิกและแจ้งช่องทางติดต่อให้เป็นปัจจุบันเมื่อเปลี่ยนงาน

คำถามที่คนกำลังค้นหา

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างคือประกันสังคมหรือไม่?

ไม่ใช่ เป็นคนละกองทุนและคนละรายการหัก กองทุนนี้เป็นเงินสะสมร่วมระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างเพื่อเป็นหลักประกันเมื่อสิ้นสุดการจ้างงาน

หัก 0.25% หรือ 0.50%?

ช่วงเริ่มต้น ลูกจ้างถูกหักเงินสะสม 0.25% ส่วนนายจ้างจ่ายสมทบเพิ่มอีก 0.25% รวมเงินเข้ากองทุน 0.50% แต่ไม่ใช่หักจากลูกจ้างทั้งหมด 0.50%

เงินเดือน 20,000 บาท หักเท่าไร?

ตัวอย่างคำนวณ 20,000 × 0.25% = 50 บาท ลูกจ้างสะสม 50 บาท และนายจ้างสมทบอีก 50 บาท รวมเข้ากองทุน 100 บาทต่อเดือน โดยยอดจริงขึ้นกับฐานค่าจ้างที่ใช้

นายจ้างนำส่งเงินเมื่อไร?

ระเบียบกำหนดให้นายจ้างหักเงินสะสมทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง และนำส่งเงินสะสมพร้อมเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ระบบทางการระบุว่าเริ่มแจ้งการส่งเงินได้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569

ถ้ายอดหักไม่ตรงหรือบริษัทไม่อธิบาย ติดต่อที่ไหน?

ติดต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่สายด่วน 1506 กด 3 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัดของคุณ

แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบ

ตรวจสอบล่าสุด: 1 ตุลาคม 2569 เวลา 12.10 น. ข้อมูลนี้อธิบายหลักเกณฑ์ทั่วไป ไม่แทนคำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือการคำนวณเงินเดือนของนายจ้าง